แค่โปรยหัวข้อก็น่าตกใจซะแล้ว คงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าประกันชีวิตจ่ายช้าบ้างหล่ะ ประกันชีวิตไม่จ่ายบ้างหล่ะ ประวิงเวลาเข้าไว้ก่อน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องข้อขัดแย้ง ระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ที่มีอยู่เสมอๆ การที่บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธที่จะจ่ายสินไหมทดแทนและเงินชดเชยแก่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ซึ่งปีหนึ่งๆมีข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ไม่น้อย ซึ่งจะได้อธิบายถึงปัญหาและแนวทางป้องกัน
ประกันชีวิต มีทั้งแบบเฉพาะสัญญาประกันชีวิตอย่างเดียว และแบบมีสัญญาสุขภาพ อุบัติเหตุและอีกหลายสัญญาพ่วงท้าย หรือที่เรียกว่า อนุสัญญา ถ้าเกิดเหตุที่จะทำให้บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ตามข้อสัญญาแล้ว ถ้าอยู่ในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัททั้งหลายก็ย่อมจะจ่ายให้อย่างแน่นอน เพราะเป็นเงื่อนไขของกฎหมายและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจที่เขาดำเนินการอยู่ ถ้าเบี้ยวลูกค้านอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการตัดทางทำมาหากินของตนอีกด้วย
ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันทุกกรณี เพียงแต่มีข้อยกเว้น 4 ข้อ ดังนี้
1. ผู้เอาประกันปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทน ใบคำขอเอาประกันชีวิตนั้นมีคำถามในเรื่องต่างๆอย่างละเอียด ผู้เอาประกันชีวิตต้องตอบคำถามตามความเป็นจริงทุกข้อ การปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันชีวิต ปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าทดแทน ตามสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 865 การปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ เช่น เป็นโรคร้าย เป็นต้นว่า โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ไม่แจ้ง เมื่อเกิดเหตุร้ายเพราะโรคนี้ หากบริษัททราบว่าปกปิด บริษัทก็ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย
การปกปิดข้อเท็จจริงนี้ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปีแล้ว ก็ยกประโยชน์ให้ แต่ส่วนใหญ่ บริษัทประกันชีวิตจะกำหนดไว้ 2 ปี เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วถือว่าได้รับความคุ้มครอง
2. ฆ่าตัวตาย กำหนดไว้ภายใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาครั้งหลังสุด ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตาย บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายสินไหมให้ โดยจะคืนแค่เบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วเท่านั้น
ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อเอาเงินประกันให้ลูกเมีย ก็มีเวลาคิดทบทวนหนึ่งปี แต่ถ้าเกินหนึ่งปีไปแล้วยังฆ่าตัวตาย แสดงว่าตั้งใจตายจริงๆ ใจถึงมาก อุตส่าห์ให้เวลากลับใจตั้งหนึ่งปียังมีปณิธานหนักแน่น แบบนี้ก็เอาไปได้เลย
3. ถูกผู้รับประโยชน์เจตนาฆ่าตาย เช่น นางสมศรี ทำประกันชีวิต โดยมีนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นสามีเป็นผู้รับประโยชน์ เกิดวันดีคืนดีสามี วางแผนฆ่าเพื่อหวังเอาเงินเอาประกัน กรณีแบบนี้บริษัทก็ไม่ต้องจ่ายเงินสินไหม แต่ถ้ากรณีมีคนอื่นเป็นผู้รับประโยชน์ร่วม เช่น ลูกสาว เป็นผู้รับประโยชน์คนละครึ่ง ถ้าลูกสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของบิดา บริษัทก็ต้องจ่ายสินไหมให้ลูกสาว ตามสัดส่วนที่จะได้รับ
กรณีเช่นนี้ มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ดังที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ สามีฆ่าภรรยาบ้าง ภรรยาฆ่าสามีบ้าง คู่หมั้นปลิดชีวิตคู่หมั้นบ้าง บางกรณี ถึงขนาดแม่ฆ่าลูกก็มี
4. กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ เพราะไม่ได้ชำระเบี้ย อันนี้แน่นอนครับ เพราะถ้าไม่ได้ชำระเบี้ยและกรมธรรม์ไม่มีมูลค่าเงินสดพอที่จะกู้ชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติ หรือ ขยายเวลาอัตโนมัติ ก็ต้องสิ้นผลบังคับ ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยหรือตาย หลังจากที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับแล้ว ก็ป่วยหรือตายฟรี
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีข้อนี้ขึ้น ก็ต้องชำระเบี้ยทุกครั้งที่มีใบเตือนหรือตัวแทนมาเก็บเบี้ยประกัน ถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์นั่นแหละครับ ในกรณีที่ทำประกันมาหลายปีแล้ว จะมีเงินก้อนหนึ่งในกรมธรรม์ เรียกว่ามูลค่าเงินสด ถ้ามีพอสามารถกู้ชำระเบี้ยประกันได้ ซึ่งเรื่องนี้จะได้กล่าวในตอนต่อๆไป ถ้าอยากทราบโดยไว ก็ถามตัวแทนที่ดูแลท่านอยู่นั่นแหละจะได้การที่สุด เพราะตัวแทนเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่รู้เขาก็จะไปถามหัวหน้าเขามาบอกท่านเอง
นี่คือเงื่อนไขชัดแจ้งจำนวน 4 ประการ ที่บริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทนได้ ทั้งกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะข้อที่ 1. นั้นสำคัญมาก เพราะตัวท่านเองจะรู้ดีที่สุด วิธีป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ต้องแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มที่
เมื่อทราบเงื่อนไขดังนี้แล้ว พอสรุปได้ว่าประกันชีวิตจะจ่ายสินไหมตามสัญญาทุกกรณี ยกเว้นเกิดเหตุ 4 ประการข้างต้นนะครับ.
Share this: Facebook
No related posts.




