<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ซื้อประกันชีวิต และซื้อประกันสุขภาพ กับ e-Insurance</title>
	<atom:link href="http://monthly.einsurance.in.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://monthly.einsurance.in.th</link>
	<description>คุณเลือกซื้อประกันชีวิต และซื้อประกันสุขภาพได้ ตามความต้องการและงบประมาณของคุณ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Oct 2011 06:04:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.1</generator>
		<item>
		<title>ประกันกลุ่มพนักงาน</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/10/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/10/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 04:13:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันกลุ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันกลุ่มพนักงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=379</guid>
		<description><![CDATA[ประกันกลุ่มพนักงาน สวัสดิการสำหรับพนักงาน จากเมืองไทยประกันชีวิต คุณสมบัติของกลุ่มที่มีสิทธิสมัครเอาประกันกลุ่มพนักงาน ธุรกิจขนาดกลางที่มีจำนวนพนักงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผลประโยชน์ของการประกันกลุ่มพนักงาน ให้ความคุ้มครองแก่พนักงานที่มีอายุ 15-65 ปีบริบูรณ์ และทำงานเต็มเวลาในวันที่มีผลบังคับตามกรมธรรม์คุ้มครองประกันกลุ่ม ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่คู่สมรสของพนักงานที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่บุตรที่อายุไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์ และไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ และยังมิได้สมรส ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่บุตรที่อายุระหว่าง 18-23 ปี โดยเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ และยังมิได้สมรส คู่สมรสและบุตรที่สิทธิเอาประกันภัยจะต้องสมัครเอาประกันกลุ่มภายใต้แผนเดียวกับพนักงาน โดยคุ้มครองเฉพาะประกันสุขภาพเท่านั้น ผู้เอาประกันต้องมีสุขภาพแข็งแรง ณ วันที่กรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงานมีผลบังคับ ระดับขั้นอาชีพ ผลประโยชน์ของการประกันกลุ่มจะให้ความคุ้มครองแก่ธุรกิจที่มีความเสี่ยงไม่เกินระดับอาชีพขั้น 2 เบี้ยประกันกลุ่มพนักงาน ชำระเบี้ยประกันกลุ่มพนักงานเป็นรายปีเท่านั้น นายจ้างเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันกลุ่มพนักงาน ให้กับพนักงานและคู่สมรส หลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกประกันกลุ่มพนักงาน พนักงานและลูกจ้างทั้งหมดต้องเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน กรณีนายจ้างต้องการให้คุ่สมรสและบุตรของพนักงานเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน คู่สมรสและบุตรของพนักงานทุกท่านต้องเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน วันที่มีผลความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงาน จะเป็นวันถัดไปหลังจากที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารประกอบการสมัครประกันกลุ่มพนักงานครบถ้วน และอนุมัติกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงานแล้ว ในปีแรกของกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงาน จะไม่คุ้มครองโรคเรื้อรังที่มีประวัติการรักษา หรือมีการวินิจฉัยภายใน 90 วัน ก่อนวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หากไม่เคยมีสวัสดิการประกันกลุ่มพนักงานกับบริษัทประกันมาก่อน  แต่ในปีกรมธรรม์ถัดไปบริษัทจะให้ความคุ้มครองโรคเรื้อรังดังกล่าว *เป็นข้อมูลชี้ชวน และข้อเสนอโดยสังเขป กรุณาสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดจากตัวแทนประกันชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต อีกครั้ง กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่าง เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับประกันกลุ่มพนักงาน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F10%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/10/pic-about2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-380" title="ประกันกลุ่มพนักงาน" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/10/pic-about2-300x280.jpg" alt="" width="300" height="280" /></a><strong>ประกันกลุ่มพนักงาน สวัสดิการสำหรับพนักงาน จากเมืองไทยประกันชีวิต</strong></p>
<p><strong>คุณสมบัติของกลุ่มที่มีสิทธิสมัครเอาประกันกลุ่มพนักงาน</strong></p>
<ol>
<li>ธุรกิจขนาดกลางที่มีจำนวนพนักงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป</li>
<li>ผลประโยชน์ของการประกันกลุ่มพนักงาน ให้ความคุ้มครองแก่พนักงานที่มีอายุ 15-65 ปีบริบูรณ์ และทำงานเต็มเวลาในวันที่มีผลบังคับตามกรมธรรม์คุ้มครองประกันกลุ่ม</li>
<li>ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่คู่สมรสของพนักงานที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี</li>
<li>ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่บุตรที่อายุไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์ และไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ และยังมิได้สมรส</li>
<li>ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลจะให้ความคุ้มครองแก่บุตรที่อายุระหว่าง 18-23 ปี โดยเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ และยังมิได้สมรส</li>
<li>คู่สมรสและบุตรที่สิทธิเอาประกันภัยจะต้องสมัครเอาประกันกลุ่มภายใต้แผนเดียวกับพนักงาน โดยคุ้มครองเฉพาะประกันสุขภาพเท่านั้น</li>
<li>ผู้เอาประกันต้องมีสุขภาพแข็งแรง ณ วันที่กรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงานมีผลบังคับ</li>
</ol>
<p><strong>ระดับขั้นอาชีพ</strong></p>
<ul>
<li>ผลประโยชน์ของการประกันกลุ่มจะให้ความคุ้มครองแก่ธุรกิจที่มีความเสี่ยงไม่เกินระดับอาชีพขั้น 2</li>
</ul>
<p><strong>เบี้ยประกันกลุ่มพนักงาน</strong></p>
<ul>
<li>ชำระเบี้ยประกันกลุ่มพนักงานเป็นรายปีเท่านั้น</li>
<li>นายจ้างเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันกลุ่มพนักงาน ให้กับพนักงานและคู่สมรส</li>
</ul>
<p><strong>หลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกประกันกลุ่มพนักงาน</strong></p>
<ul>
<li>พนักงานและลูกจ้างทั้งหมดต้องเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน</li>
<li>กรณีนายจ้างต้องการให้คุ่สมรสและบุตรของพนักงานเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน คู่สมรสและบุตรของพนักงานทุกท่านต้องเข้าร่วมโครงการประกันกลุ่มพนักงาน</li>
<li>วันที่มีผลความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงาน จะเป็นวันถัดไปหลังจากที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารประกอบการสมัครประกันกลุ่มพนักงานครบถ้วน และอนุมัติกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงานแล้ว</li>
<li>ในปีแรกของกรมธรรม์ประกันกลุ่มพนักงาน จะไม่คุ้มครองโรคเรื้อรังที่มีประวัติการรักษา หรือมีการวินิจฉัยภายใน 90 วัน ก่อนวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หากไม่เคยมีสวัสดิการประกันกลุ่มพนักงานกับบริษัทประกันมาก่อน  แต่ในปีกรมธรรม์ถัดไปบริษัทจะให้ความคุ้มครองโรคเรื้อรังดังกล่าว</li>
</ul>
<p><span style="font-size: small;">*เป็นข้อมูลชี้ชวน และข้อเสนอโดยสังเขป กรุณาสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดจากตัวแทนประกันชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต อีกครั้ง</span></p>
<p><strong>กรุณากรอกรายละเอียดด้านล่าง เพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับประกันกลุ่มพนักงาน</strong></p>
<p><span style="font-size: small;">[contact-form]<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/10/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกันชีวิตรายเดือน</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/09/monthly-insurance/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/09/monthly-insurance/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2011 07:57:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิตรายเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ออมทรัพย์รายเดือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=369</guid>
		<description><![CDATA[ประกันชีวิตรายเดือน ก็คือ กรมธรรม์ส่วนบุคคลซึ่งเหมือนกันกับกรมธรรม์ทั่วไปนั่นเอง เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้ขอเอาประกันสามารถจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเป็นรายเดือนได้ เหมือนเป็นการออมทรัพย์รายเดือน แทนที่จะต้องจ่ายครั้งเดียวเป็นเงินก้อน เพราะแม้แต่การแบ่งจ่ายเป็นราย 6 เดือน หรือราย 3 เดือน ก็อาจจะเป็นภาระหนักเกินไป การทำประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ และต้องการการออมทรัพย์ผ่านระบบกรมธรรม์ประกันชีวิต ผู้ขอเอาประกันที่มีความต้องการทำประกันชีวิตรายเดือน จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของการเอาประกัน การได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากกรมธรรม์ หรือกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ของบริษัท ก็จะได้รับเช่นเดียวกันกับผู้ขอเอาประกันที่จ่ายเบี้ยประกันในลักษณะอื่นๆ และีแบบกรมธรรม์ก็สามารถซื้อได้ทุกแบบเช่นเดียวกัน เพียงแต่เลือกแบบประกันให้เหมาะสมและตอบสนองวัตถุประสงค์ในการทำประกันชีวิต โดยสามารถเลือกซื้อ :- ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยทวีทรัพย์ 15/7 พลัส ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยออมทรัพย์ 20/14 ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ โครงการเมืองไทย สูงวัย ยิ้มยิ้ม ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยคุ้มครองตลอดชีพ 99/20 ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยธนพันธ์ 20/8 ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยธนทวี 15/10 ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทยสมาร์ท รีไทร์เมนท์ พลัส ประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน แบบ เมืองไทย 8555 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) และ เมืองไทย 9955 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) ท่านสามารถกรอกข้อมูลและรายละเอียดด้านล่าง เพื่อขอข้อมูลแบบประกันสำหรับการทำประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F09%2Fmonthly-insurance%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/09/ออมทรัพย์รายเดือน2.jpg"></a><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/09/ทุนประกันชีวิต.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-371" title="ประกันชีวิตรายเดือน" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/09/ทุนประกันชีวิต.jpg" alt="" width="259" height="194" /></a><strong> </strong></p>
<p><strong>ประกันชีวิตรายเดือน </strong> ก็คือ กรมธรรม์ส่วนบุคคลซึ่งเหมือนกันกับกรมธรรม์ทั่วไปนั่นเอง เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้ขอเอาประกันสามารถจ่ายเบี้ยประกันชีวิต<strong>เป็นรายเดือน</strong>ได้ เหมือนเป็นการ<strong>ออมทรัพย์รายเดือน</strong> แทนที่จะต้องจ่ายครั้งเดียวเป็นเงินก้อน เพราะแม้แต่การแบ่งจ่ายเป็นราย 6 เดือน หรือราย 3 เดือน ก็อาจจะเป็นภาระหนักเกินไป การทำ<strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน </strong>เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ และต้องการการออมทรัพย์ผ่านระบบกรมธรรม์ประกันชีวิต</p>
<p>ผู้ขอเอาประกันที่มีความต้องการทำ<strong>ประกันชีวิตรายเดือน </strong>จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของการเอาประกัน การได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากกรมธรรม์ หรือกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ของบริษัท ก็จะได้รับเช่นเดียวกันกับผู้ขอเอาประกันที่จ่ายเบี้ยประกันในลักษณะอื่นๆ และีแบบกรมธรรม์ก็สามารถซื้อได้ทุกแบบเช่นเดียวกัน เพียงแต่เลือกแบบประกันให้เหมาะสมและตอบสนองวัตถุประสงค์ในการทำประกันชีวิต โดยสามารถเลือกซื้อ :-</p>
<ul>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน</strong> แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/taveesap/" target="_blank">เมืองไทยทวีทรัพย์ 15/7 พลัส</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน</strong> แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/saving-2014/" target="_blank">เมืองไทยออมทรัพย์ 20/14</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน </strong>หรือ<strong> ออมทรัพย์รายเดือน </strong>แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1/" target="_blank">โครงการเมืองไทย สูงวัย ยิ้มยิ้ม</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน</strong> แบบ <span style="font-weight: bold;"><strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/wholelife/" target="_blank">เมืองไทยคุ้มครองตลอดชีพ 99/20</a></strong></span></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน </strong>แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-208/" target="_blank">เมืองไทยธนพันธ์ 20/8</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน </strong>หรือ<strong> ออมทรัพย์รายเดือน </strong>แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5-1510/" target="_blank">เมืองไทยธนทวี 15/10</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ<strong> ออมทรัพย์รายเดือน </strong>แบบ <strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA/" target="_blank">เมืองไทยสมาร์ท รีไทร์เมนท์ พลัส</a></strong></li>
<li><strong>ประกันชีวิตรายเดือน</strong> หรือ <strong>ออมทรัพย์รายเดือน</strong> แบบ <strong><strong><strong><strong><a href="http://monthly.einsurance.in.th/model-insurance/pension/" target="_blank">เมืองไทย 8555 (บำนาญแบบลดหย่อนได้) และ เมืองไทย 9955 (บำนาญแบบลดหย่อนได้)</a></strong></strong></strong></strong></li>
</ul>
<p><strong>ท่านสามารถกรอกข้อมูลและรายละเอียดด้านล่าง เพื่อขอข้อมูลแบบประกันสำหรับการทำประกันชีวิตรายเดือน หรือ ออมทรัพย์รายเดือน</strong></p>
[contact-form]
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/09/monthly-insurance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การวางแผนทางการเงิน</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/07/financial-planning/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/07/financial-planning/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Jul 2011 03:05:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผนทางการเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=363</guid>
		<description><![CDATA[&#160; การวางแผนการเงิน ( Financial Planning )  หมายถึง  กระบวนการวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล   อาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  Personal  Finance สาเหตุที่ต้องมีการวางแผนการเงิน 1. คนอายุยืนขึ้น ปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ย  71 ปี  แต่ถ้าเราเก็บสถิติเฉพาะคนไทยที่อายุ  60  ปีขึ้นไป  จะพบว่าท่านเหล่านั้นจะอยู่ได้อีกประมาณ  20  ปี  (  ข้อมูลจากสถาบันประชากรและสังคม ม.มหิดล  )   ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า  ช่วงเวลาหลังเกษียณที่ต้องอยู่อีกตั้ง 20 ปี  เราจะอยู่กันอย่างไร  ถ้าไม่มีการวางแผนการเงินที่ดีพอ 2. โครงสร้างสังคมเปลี่ยนไป เดิมคนไทยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่    ปัจจุบันแยกย้ายกันอยู่  เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น การคาดหวังให้ลูกหลานเลี้ยงดู  เป็นเรื่องที่หวังได้น้อยลง  เราจึงต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ 3. ค่าครองชีพในอนาคตจะสูงขึ้นมาก ข้าวของในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นทุกวัน  อีก  20-30  ปีข้างหน้าในวันที่เราเกษียณ  สินค้าที่จำเป็นอาจแพงขึ้นอีก  1-2  เท่าตัว  โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล  ที่มักมีอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเฟ้อเสมอ  ดังนั้นงบประมาณที่เราเตรียมไว้อาจไม่เพียงพอ  ถ้าไม่ได้คำนวนเผื่อค่าเงินเฟ้อไว้ด้วย 4. สวัสดิการของรัฐไม่เพียงพอแน่ ในอีก  15  ปีข้างหน้า  สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ  60  ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น  20%   นั่นหมายความว่า 1 ใน 5 ของคนไทยจะเป็นคนสูงอายุ  ขณะที่สัดส่วนของคนวัยทำงานต่อคนสูงอายุจะลดลงจาก  6:1  ในปัจจุบันเป็น  3:1  ในปี  2021  ทำให้ภาษีที่รัฐเก็บได้จะไม่เพียงพอต่อการจัดหาสวัสดิการให้คนสูงอายุ  หรือหากทำได้ก็เป็นแบบพื้นๆเท่านั้น 5. ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น สมัยก่อนการฝากเงินในธนาคารให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและมีความมั่นคงสูง  เดี๋ยวนี้ดอกเบี้ยเงินฝากลดน้อยลงมาก  ขณะที่ช่องทางการลงทุนใหม่ๆมีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น  แต่ก็มีรูปแบบและความเสี่ยงแตกต่างกันออกไป  การทำความเข้าใจและรู้จักวางแผนการลงทุนให้ถูกต้องเหมาะสมกับแต่ละบุคคล  จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น 6. ทำให้เราสามารถเกษียณอายุได้เร็วขึ้น หากมีการวางแผนที่ดีและเริ่มต้นเร็ว  ย่อมบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่า  ไม่ว่าจะเป็นเงินออมที่เก็บได้มากขึ้น  ดอกเบี้ยทบต้นที่สูงขึ้น  หรือการสามารถหาประโยชน์จากโอกาสดีๆที่บังเอิญผ่านเข้ามา  เพราะเรามีเงินออม  เงินก้อนที่เก็บเอาไว้  เช่น  ซื้อที่ดินทำเลสวยจากคนที่ร้อนเงิน  หรือ  ซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาตกลงมามากเกินควร 7. ช่วยรองรับความเสี่ยงของชีวิตได้มากขึ้น ชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน  เราอาจโชคร้าย  เจ็บป่วย  หรือ  เกิดอุบัติเหตุหนักๆขึ้นได้   แต่ถ้าเรามีการวางแผนการซื้อประกันภัยไว้  ย่อมสามารถบรรเทาภาระต่างๆลงได้  หรือ  เราเกิดตกงานกระทันหัน  มีคนในครอบครัวป่วย  การมีเงินเก็บสำรองไว้  ย่อมหลีกเลี่ยงความยุ่งยากจากการต้องไปกู้หนี้ยืมสินเงินกู้นอกระบบลงได้ ขั้นตอนในการวางแผนการเงิน 1. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทางการเงิน ในการวางแผนการเงิน  ควรจะเริ่มจากการมีเป้าหมายคร่าวๆว่า  เราอยากบรรลุเป้าหมายทางการเงินในเรื่องอะไร  และต้องใช้เวลาเท่าไร  เช่น อยากเกษียณการทำงานตอนอายุเท่าไร  ตอนนั้นอยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไร อยากเตรียมทุนการศึกษาให้ลูกเรียนถึงระดับไหน  ค่าใช้จ่ายเท่าไร หรืออยากวางแผนจัดสรรมรดกให้ลูกหลาน  ต้องทำอย่างไร เป้าหมายที่กำหนดขึ้น  อาจเป็นเป้าหมายเดี่ยว  หรือ  เป้าหมายผสมผสานเต็มรูปแบบก็ได้ 2. รวบรวมข้อมูล เป็นการรวบรวมข้อมูลทางการเงิน  ทั้งของตนเอง  ครอบครัว  และภาวะรอบล้อมทางเศรษฐกิจ  เพื่อเป็นฐานในการวิเคราะห์  เช่น  รายรับ  , รายจ่าย  , ทรัพย์สิน  , หนี้สิน  , ภาระผูกพัน  , ดอกเบี้ย  หรือทิศทางการลงทุนในปัจจุบันและในอนาคต 3. วิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงิน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์  เพื่อหาสถานะทางการเงินปัจจุบัน ว่าตอนนี้มีเงินเก็บสุทธิเท่าไรแล้ว  ยังขาดอีกเท่าไรเพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้  และมีทางเลือกอะไรบ้างที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น 4. จัดทำแผนการเงิน หลังจากวิเคราะห์เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆแล้ว  ให้ประเมินทางเลือกที่ดีที่สุด  แล้วเขียนแผนการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา  ภายใต้สมมติฐานและข้อมูลที่รวบรวมไว้ 5. นำแผนไปปฎิบัติ เป็นการปฎิบัติตามแผนที่ได้เขียนไว้  ว่าต้องลงมือทำอะไรบ้างในกรอบเวลาเท่าไร  เช่น  ต้องออมให้ได้เดือนละเท่าไร  ต้องนำเงินไปลงทุนอะไรบ้าง  หรือ  ต้องทำประกันภัยเพิ่มในเรื่องอะไรบ้าง  โดยต้องมีการตรวจทานด้วยว่า  ได้ทำครบพอที่จะบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ 6. ติดตามและกำกับให้เป็นไปตามแผน หลังจากปฎิบัติไปได้ระยะหนึ่ง  ต้องหมั่นตรวจสอบและประเมินผลที่เกิดขึ้นว่า  ได้ผลตามที่คาดหวังหรือไม่  สมมติฐานที่วางไว้มีการเปลี่ยนไปหรือไม่  อย่างไร และควรจะมีการปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือไม่  ซึ่งโดยทั่วไปเราจะมีการทบทวนแผนการเงินปีละ  1 ครั้ง วันนี้..คุณวางแผนทางการเงินของคุณหรือยัง หากยัง..ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เป็นเครื่องมืออันทรงพลังชิ้นหนึ่งในการวางแผนทางการเงิน กรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้เราช่วยวิเคราะห์และวางแผนทางการเงินให้กับคุณ &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F07%2Ffinancial-planning%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/07/การวางแผนทางการเงิน.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-364" title="การวางแผนทางการเงิน" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/07/การวางแผนทางการเงิน.jpg" alt="" width="270" height="176" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การวางแผนการเงิน </strong>( Financial Planning )  หมายถึง  กระบวนการวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล   อาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  <strong>Personal  Finance</strong><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>สาเหตุที่ต้องมีการวางแผนการเงิน</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>1. คนอายุยืนขึ้น</strong></p>
<p>ปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ย  71 ปี  แต่ถ้าเราเก็บสถิติเฉพาะคนไทยที่อายุ  60  ปีขึ้นไป  จะพบว่าท่านเหล่านั้นจะอยู่ได้อีกประมาณ  20  ปี  (  ข้อมูลจากสถาบันประชากรและสังคม ม.มหิดล  )   ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า  ช่วงเวลาหลังเกษียณที่ต้องอยู่อีกตั้ง 20 ปี  เราจะอยู่กันอย่างไร  ถ้าไม่มีการวางแผนการเงินที่ดีพอ<strong> </strong></p>
<p><strong>2. โครงสร้างสังคมเปลี่ยนไป<br />
</strong></p>
<p>เดิมคนไทยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่    ปัจจุบันแยกย้ายกันอยู่  เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น การคาดหวังให้ลูกหลานเลี้ยงดู  เป็นเรื่องที่หวังได้น้อยลง  เราจึงต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ<br />
<strong>3. ค่าครองชีพในอนาคตจะสูงขึ้นมาก</strong></p>
<p><strong> </strong>ข้าวของในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นทุกวัน  อีก  20-30  ปีข้างหน้าในวันที่เราเกษียณ  สินค้าที่จำเป็นอาจแพงขึ้นอีก  1-2  เท่าตัว  โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล  ที่มักมีอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเฟ้อเสมอ  ดังนั้นงบประมาณที่เราเตรียมไว้อาจไม่เพียงพอ  ถ้าไม่ได้คำนวนเผื่อค่าเงินเฟ้อไว้ด้วย<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>4. สวัสดิการของรัฐไม่เพียงพอแน่<br />
</strong></p>
<p>ในอีก  15  ปีข้างหน้า  สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ  60  ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น  20%   นั่นหมายความว่า 1 ใน 5 ของคนไทยจะเป็นคนสูงอายุ  ขณะที่สัดส่วนของคนวัยทำงานต่อคนสูงอายุจะลดลงจาก  6:1  ในปัจจุบันเป็น  3:1  ในปี  2021  ทำให้ภาษีที่รัฐเก็บได้จะไม่เพียงพอต่อการจัดหาสวัสดิการให้คนสูงอายุ  หรือหากทำได้ก็เป็นแบบพื้นๆเท่านั้น<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>5. ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น<br />
</strong></p>
<p>สมัยก่อนการฝากเงินในธนาคารให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและมีความมั่นคงสูง  เดี๋ยวนี้ดอกเบี้ยเงินฝากลดน้อยลงมาก  ขณะที่ช่องทางการลงทุนใหม่ๆมีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น  แต่ก็มีรูปแบบและความเสี่ยงแตกต่างกันออกไป  การทำความเข้าใจและรู้จักวางแผนการลงทุนให้ถูกต้องเหมาะสมกับแต่ละบุคคล  จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>6. ทำให้เราสามารถเกษียณอายุได้เร็วขึ้น<br />
</strong></p>
<p>หากมีการวางแผนที่ดีและเริ่มต้นเร็ว  ย่อมบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่า  ไม่ว่าจะเป็นเงินออมที่เก็บได้มากขึ้น  ดอกเบี้ยทบต้นที่สูงขึ้น  หรือการสามารถหาประโยชน์จากโอกาสดีๆที่บังเอิญผ่านเข้ามา  เพราะเรามีเงินออม  เงินก้อนที่เก็บเอาไว้  เช่น  ซื้อที่ดินทำเลสวยจากคนที่ร้อนเงิน  หรือ  ซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาตกลงมามากเกินควร<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>7. ช่วยรองรับความเสี่ยงของชีวิตได้มากขึ้น</strong></p>
<p>ชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน  เราอาจโชคร้าย  เจ็บป่วย  หรือ  เกิดอุบัติเหตุหนักๆขึ้นได้   แต่ถ้าเรามีการวางแผนการซื้อประกันภัยไว้  ย่อมสามารถบรรเทาภาระต่างๆลงได้  หรือ  เราเกิดตกงานกระทันหัน  มีคนในครอบครัวป่วย  การมีเงินเก็บสำรองไว้  ย่อมหลีกเลี่ยงความยุ่งยากจากการต้องไปกู้หนี้ยืมสินเงินกู้นอกระบบลงได้<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong> ขั้นตอนในการวางแผนการเงิน<br />
</strong> <strong> </strong></p>
<p><strong>1. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทางการเงิน<br />
</strong></p>
<p>ในการวางแผนการเงิน  ควรจะเริ่มจากการมีเป้าหมายคร่าวๆว่า  เราอยากบรรลุเป้าหมายทางการเงินในเรื่องอะไร  และต้องใช้เวลาเท่าไร  เช่น</p>
<ul>
<li> อยากเกษียณการทำงานตอนอายุเท่าไร  ตอนนั้นอยากมีเงินใช้เดือนละเท่าไร</li>
<li>อยากเตรียมทุนการศึกษาให้ลูกเรียนถึงระดับไหน  ค่าใช้จ่ายเท่าไร</li>
<li>หรืออยากวางแผนจัดสรรมรดกให้ลูกหลาน  ต้องทำอย่างไร เป้าหมายที่กำหนดขึ้น  อาจเป็นเป้าหมายเดี่ยว  หรือ  เป้าหมายผสมผสานเต็มรูปแบบก็ได้</li>
</ul>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>2. รวบรวมข้อมูล<br />
</strong></p>
<p>เป็นการรวบรวมข้อมูลทางการเงิน  ทั้งของตนเอง  ครอบครัว  และภาวะรอบล้อมทางเศรษฐกิจ  เพื่อเป็นฐานในการวิเคราะห์  เช่น  รายรับ  , รายจ่าย  , ทรัพย์สิน  , หนี้สิน  , ภาระผูกพัน  , ดอกเบี้ย  หรือทิศทางการลงทุนในปัจจุบันและในอนาคต<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>3. วิเคราะห์และประเมินสถานะทางการเงิน<br />
</strong></p>
<p>นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์  เพื่อหาสถานะทางการเงินปัจจุบัน ว่าตอนนี้มีเงินเก็บสุทธิเท่าไรแล้ว  ยังขาดอีกเท่าไรเพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้  และมีทางเลือกอะไรบ้างที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>4. จัดทำแผนการเงิน<br />
</strong></p>
<p>หลังจากวิเคราะห์เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆแล้ว  ให้ประเมินทางเลือกที่ดีที่สุด  แล้วเขียนแผนการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา  ภายใต้สมมติฐานและข้อมูลที่รวบรวมไว้<br />
<strong> </strong></p>
<p><strong>5. นำแผนไปปฎิบัติ</strong></p>
<p>เป็นการปฎิบัติตามแผนที่ได้เขียนไว้  ว่าต้องลงมือทำอะไรบ้างในกรอบเวลาเท่าไร  เช่น  ต้องออมให้ได้เดือนละเท่าไร  ต้องนำเงินไปลงทุนอะไรบ้าง  หรือ  ต้องทำประกันภัยเพิ่มในเรื่องอะไรบ้าง  โดยต้องมีการตรวจทานด้วยว่า  ได้ทำครบพอที่จะบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>6. ติดตามและกำกับให้เป็นไปตามแผน<br />
</strong></p>
<p>หลังจากปฎิบัติไปได้ระยะหนึ่ง  ต้องหมั่นตรวจสอบและประเมินผลที่เกิดขึ้นว่า  ได้ผลตามที่คาดหวังหรือไม่  สมมติฐานที่วางไว้มีการเปลี่ยนไปหรือไม่  อย่างไร และควรจะมีการปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือไม่  ซึ่งโดยทั่วไปเราจะมีการทบทวนแผนการเงินปีละ  1 ครั้ง</p>
<p><strong>วันนี้..คุณวางแผนทางการเงินของคุณหรือยัง</strong> หากยัง..<strong>ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต </strong>เป็นเครื่องมืออันทรงพลังชิ้นหนึ่งในการวางแผนทางการเงิน กรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้เราช่วยวิเคราะห์และวางแผนทางการเงินให้กับคุณ</p>
[contact-form]
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/07/financial-planning/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาเหตุที่ประกันชีวิตไม่จ่ายเงินเอาประกัน</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2011 02:23:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิตไม่จ่ายสินไหม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=349</guid>
		<description><![CDATA[แค่โปรยหัวข้อก็น่าตกใจซะแล้ว คงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าประกันชีวิตจ่ายช้าบ้างหล่ะ ประกันชีวิตไม่จ่ายบ้างหล่ะ ประวิงเวลาเข้าไว้ก่อน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องข้อขัดแย้ง ระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ที่มีอยู่เสมอๆ  การที่บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธที่จะจ่ายสินไหมทดแทนและเงินชดเชยแก่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ซึ่งปีหนึ่งๆมีข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ไม่น้อย ซึ่งจะได้อธิบายถึงปัญหาและแนวทางป้องกัน ประกันชีวิต มีทั้งแบบเฉพาะสัญญาประกันชีวิตอย่างเดียว และแบบมีสัญญาสุขภาพ อุบัติเหตุและอีกหลายสัญญาพ่วงท้าย หรือที่เรียกว่า อนุสัญญา  ถ้าเกิดเหตุที่จะทำให้บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ตามข้อสัญญาแล้ว ถ้าอยู่ในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัททั้งหลายก็ย่อมจะจ่ายให้อย่างแน่นอน เพราะเป็นเงื่อนไขของกฎหมายและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจที่เขาดำเนินการอยู่ ถ้าเบี้ยวลูกค้านอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการตัดทางทำมาหากินของตนอีกด้วย ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันทุกกรณี เพียงแต่มีข้อยกเว้น 4 ข้อ ดังนี้ 1. ผู้เอาประกันปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทน ใบคำขอเอาประกันชีวิตนั้นมีคำถามในเรื่องต่างๆอย่างละเอียด ผู้เอาประกันชีวิตต้องตอบคำถามตามความเป็นจริงทุกข้อ การปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันชีวิต ปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าทดแทน ตามสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 865 การปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ เช่น เป็นโรคร้าย เป็นต้นว่า โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ไม่แจ้ง เมื่อเกิดเหตุร้ายเพราะโรคนี้ หากบริษัททราบว่าปกปิด บริษัทก็ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย การปกปิดข้อเท็จจริงนี้ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปีแล้ว ก็ยกประโยชน์ให้ แต่ส่วนใหญ่ บริษัทประกันชีวิตจะกำหนดไว้ 2 ปี เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วถือว่าได้รับความคุ้มครอง 2. ฆ่าตัวตาย กำหนดไว้ภายใน 1 ปีนับแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาครั้งหลังสุด ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตาย บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายสินไหมให้ โดยจะคืนแค่เบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วเท่านั้น ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อเอาเงินประกันให้ลูกเมีย ก็มีเวลาคิดทบทวนหนึ่งปี แต่ถ้าเกินหนึ่งปีไปแล้วยังฆ่าตัวตาย แสดงว่าตั้งใจตายจริงๆ ใจถึงมาก อุตส่าห์ให้เวลากลับใจตั้งหนึ่งปียังมีปณิธานหนักแน่น แบบนี้ก็เอาไปได้เลย 3. ถูกผู้รับประโยชน์เจตนาฆ่าตาย เช่น นางสมศรี ทำประกันชีวิต โดยมีนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นสามีเป็นผู้รับประโยชน์ เกิดวันดีคืนดีสามี วางแผนฆ่าเพื่อหวังเอาเงินเอาประกัน กรณีแบบนี้บริษัทก็ไม่ต้องจ่ายเงินสินไหม แต่ถ้ากรณีมีคนอื่นเป็นผู้รับประโยชน์ร่วม เช่น ลูกสาว เป็นผู้รับประโยชน์คนละครึ่ง ถ้าลูกสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของบิดา บริษัทก็ต้องจ่ายสินไหมให้ลูกสาว ตามสัดส่วนที่จะได้รับ กรณีเช่นนี้ มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ดังที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ สามีฆ่าภรรยาบ้าง ภรรยาฆ่าสามีบ้าง คู่หมั้นปลิดชีวิตคู่หมั้นบ้าง บางกรณี ถึงขนาดแม่ฆ่าลูกก็มี 4. กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ เพราะไม่ได้ชำระเบี้ย อันนี้แน่นอนครับ เพราะถ้าไม่ได้ชำระเบี้ยและกรมธรรม์ไม่มีมูลค่าเงินสดพอที่จะกู้ชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติ หรือ ขยายเวลาอัตโนมัติ ก็ต้องสิ้นผลบังคับ ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยหรือตาย หลังจากที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับแล้ว ก็ป่วยหรือตายฟรี เพื่อไม่ให้เกิดกรณีข้อนี้ขึ้น ก็ต้องชำระเบี้ยทุกครั้งที่มีใบเตือนหรือตัวแทนมาเก็บเบี้ยประกัน ถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์นั่นแหละครับ ในกรณีที่ทำประกันมาหลายปีแล้ว จะมีเงินก้อนหนึ่งในกรมธรรม์ เรียกว่ามูลค่าเงินสด ถ้ามีพอสามารถกู้ชำระเบี้ยประกันได้ ซึ่งเรื่องนี้จะได้กล่าวในตอนต่อๆไป ถ้าอยากทราบโดยไว ก็ถามตัวแทนที่ดูแลท่านอยู่นั่นแหละจะได้การที่สุด เพราะตัวแทนเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่รู้เขาก็จะไปถามหัวหน้าเขามาบอกท่านเอง นี่คือเงื่อนไขชัดแจ้งจำนวน 4 ประการ ที่บริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทนได้ ทั้งกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะข้อที่ 1. นั้นสำคัญมาก เพราะตัวท่านเองจะรู้ดีที่สุด วิธีป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ต้องแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ เมื่อทราบเงื่อนไขดังนี้แล้ว พอสรุปได้ว่าประกันชีวิตจะจ่ายสินไหมตามสัญญาทุกกรณี ยกเว้นเกิดเหตุ 4 ประการข้างต้นนะครับ. &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/สาเหตุที่ประกันชีวิตไม่จ่ายเงิน.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-350" title="สาเหตุที่ประกันชีวิตไม่จ่ายเงิน" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/สาเหตุที่ประกันชีวิตไม่จ่ายเงิน.jpg" alt="" width="211" height="239" /></a></p>
<p>แค่โปรยหัวข้อก็น่าตกใจซะแล้ว คงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าประกันชีวิตจ่ายช้าบ้างหล่ะ ประกันชีวิตไม่จ่ายบ้างหล่ะ ประวิงเวลาเข้าไว้ก่อน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องข้อขัดแย้ง ระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ที่มีอยู่เสมอๆ  การที่บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธที่จะจ่ายสินไหมทดแทนและเงินชดเชยแก่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ซึ่งปีหนึ่งๆมีข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ไม่น้อย ซึ่งจะได้อธิบายถึงปัญหาและแนวทางป้องกัน</p>
<p><strong>ประกันชีวิต </strong>มีทั้งแบบเฉพาะสัญญาประกันชีวิตอย่างเดียว และแบบมีสัญญาสุขภาพ อุบัติเหตุและอีกหลายสัญญาพ่วงท้าย หรือที่เรียกว่า อนุสัญญา  ถ้าเกิดเหตุที่จะทำให้บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ตามข้อสัญญาแล้ว <strong>ถ้าอยู่ในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัททั้งหลายก็ย่อมจะจ่ายให้อย่างแน่นอน</strong> เพราะเป็นเงื่อนไขของกฎหมายและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจที่เขาดำเนินการอยู่ ถ้าเบี้ยวลูกค้านอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการตัดทางทำมาหากินของตนอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันทุกกรณี เพียงแต่มีข้อยกเว้น 4 ข้อ ดังนี้</p>
<p><strong>1. ผู้เอาประกันปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทน</strong> ใบคำขอเอาประกันชีวิตนั้นมีคำถามในเรื่องต่างๆอย่างละเอียด ผู้เอาประกันชีวิตต้องตอบคำถามตามความเป็นจริงทุกข้อ การปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันชีวิต ปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าทดแทน ตามสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 865 การปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ เช่น เป็นโรคร้าย เป็นต้นว่า โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ไม่แจ้ง เมื่อเกิดเหตุร้ายเพราะโรคนี้ หากบริษัททราบว่าปกปิด บริษัทก็ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย</p>
<p>การปกปิดข้อเท็จจริงนี้ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปีแล้ว ก็ยกประโยชน์ให้ แต่ส่วนใหญ่ บริษัทประกันชีวิตจะกำหนดไว้ 2 ปี เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วถือว่าได้รับความคุ้มครอง</p>
<p><strong>2. ฆ่าตัวตาย</strong> กำหนดไว้<strong>ภายใน 1 ปี</strong>นับแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาครั้งหลังสุด ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตาย บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายสินไหมให้ โดยจะคืนแค่เบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วเท่านั้น</p>
<p>ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อเอาเงินประกันให้ลูกเมีย ก็มีเวลาคิดทบทวนหนึ่งปี แต่ถ้าเกินหนึ่งปีไปแล้วยังฆ่าตัวตาย แสดงว่าตั้งใจตายจริงๆ ใจถึงมาก อุตส่าห์ให้เวลากลับใจตั้งหนึ่งปียังมีปณิธานหนักแน่น แบบนี้ก็เอาไปได้เลย</p>
<p><strong>3. ถูกผู้รับประโยชน์เจตนาฆ่าตาย </strong>เช่น นางสมศรี ทำประกันชีวิต โดยมีนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นสามีเป็นผู้รับประโยชน์ เกิดวันดีคืนดีสามี วางแผนฆ่าเพื่อหวังเอาเงินเอาประกัน กรณีแบบนี้บริษัทก็ไม่ต้องจ่ายเงินสินไหม แต่ถ้ากรณีมีคนอื่นเป็นผู้รับประโยชน์ร่วม เช่น ลูกสาว เป็นผู้รับประโยชน์คนละครึ่ง ถ้าลูกสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของบิดา บริษัทก็ต้องจ่ายสินไหมให้ลูกสาว ตามสัดส่วนที่จะได้รับ</p>
<p>กรณีเช่นนี้ มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ดังที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ สามีฆ่าภรรยาบ้าง ภรรยาฆ่าสามีบ้าง คู่หมั้นปลิดชีวิตคู่หมั้นบ้าง บางกรณี ถึงขนาดแม่ฆ่าลูกก็มี</p>
<p><strong>4. กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ</strong> เพราะไม่ได้ชำระเบี้ย อันนี้แน่นอนครับ เพราะถ้าไม่ได้ชำระเบี้ยและกรมธรรม์ไม่มีมูลค่าเงินสดพอที่จะกู้ชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติ หรือ ขยายเวลาอัตโนมัติ ก็ต้องสิ้นผลบังคับ ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยหรือตาย หลังจากที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับแล้ว ก็ป่วยหรือตายฟรี</p>
<p>เพื่อไม่ให้เกิดกรณีข้อนี้ขึ้น ก็ต้องชำระเบี้ยทุกครั้งที่มีใบเตือนหรือตัวแทนมาเก็บเบี้ยประกัน ถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์นั่นแหละครับ ในกรณีที่ทำประกันมาหลายปีแล้ว จะมีเงินก้อนหนึ่งในกรมธรรม์ เรียกว่ามูลค่าเงินสด ถ้ามีพอสามารถกู้ชำระเบี้ยประกันได้ ซึ่งเรื่องนี้จะได้กล่าวในตอนต่อๆไป ถ้าอยากทราบโดยไว ก็ถามตัวแทนที่ดูแลท่านอยู่นั่นแหละจะได้การที่สุด เพราะตัวแทนเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่รู้เขาก็จะไปถามหัวหน้าเขามาบอกท่านเอง</p>
<p>นี่คือเงื่อนไขชัดแจ้งจำนวน 4 ประการ ที่บริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทนได้ ทั้งกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะข้อที่ 1. นั้นสำคัญมาก เพราะตัวท่านเองจะรู้ดีที่สุด วิธีป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ต้องแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มที่</p>
<p><strong>เมื่อทราบเงื่อนไขดังนี้แล้ว พอสรุปได้ว่าประกันชีวิตจะจ่ายสินไหมตามสัญญาทุกกรณี ยกเว้นเกิดเหตุ 4 ประการข้างต้นนะครับ.</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบไม่ให้ขาดอายุ</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Jun 2011 03:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เบี้ยประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=339</guid>
		<description><![CDATA[กรมธรรม์ประกันชีวิตจะให้ความคุ้มครองหรือมีผลบังคับอยู่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับการที่ผู้เอาประกันชีวิต ชำระเบี้ยประกันชีวิตให้ตรงตามเวลากำหนด เพราะมีผู้เอาประกันชีวิตจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในเรื่องของการชำระเบี้ยประกันชีวิต อาทิ ตัวแทนประกันชีวิตไม่มาเก็บเงินตามที่กำหนด ตัวแทนประกันชีวิตลาออก หรือตัวแทนประกันชีวิตบางรายเก็บเงินแล้วไม่้นำส่งเข้าบริษัท เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงขอแนะนำให้ผู้เอาประกันชีวิต สอบถามวิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำประกันชีวิต เพราะผู้เอาประกันชีวิตสามารถเลือกวิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตได้หลายช่องทาง แล้วแต่ความสะดวกของผู้เอาประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การชำระโดยการหักจากยอดเงินฝากบัญชีธนาคาร โดยสามารถขอแบบฟอร์มจากบริษัทประกันชีวิต พร้อมกรอกรายละเอียด และส่งให้กับบริษัทดำเนินการต่อไป วิธีการนี้เมื่อถึงเวลาชำระเบี้ยประกันชีวิต ธนาคารจะเป็นผู้หักเบี้ยประกันชีวิตจากบัญชีธนาคาร โดยวิธีการนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี และผู้เอาประกันชีวิตไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชำระเบี้ยประกันชีวิต การชำระผ่านที่ทำการของธนาคาร วิธีการนี้ผู้เอาประกันชีวิต จะต้องนำใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันชีวิต ที่บริษัทส่งมาให้ทุก ๆ ครั้งที่ถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันชีวิต ไปยังธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะให้ส่วนหนึ่งของใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันชีวิตไว้เป็นหลักฐานการชำระเบี้ยประกันชีวิต ชำระทางธนาณัติ โดยสั่งจ่ายบริษัทหรือสาขาของบริษัทประกันชีวิตที่คุณทำประกันชีวิตไว้ ชำระด้วยตนเองที่บริษัทหรือสาขาของบริษัท ที่สะดวกในการติดต่อ การชำระผ่านทางตัวแทนประกันชีวิต วิธีการนี้ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน แต่อาจจะมีผลเสียในการณีที่ตัวแทนประกันชีวิตไม่มารับเบี้ยประกันภัยตรงตามกำหนดเวลา ซึ่งจะทำให้กรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณขาดผลบังคัยได้ วิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตดังกล่าว จะเลือกวิธีใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันภัยเอง แต่ไม่ว่าคุณจะชำระเบี้ยประกันชีวิตด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าลืมเก็บหลักฐานการชำระเงินหรือใบเสร็จรับเงิน เพราะหลักฐานการจ่ายเงินและใบเสร็จรับเงินจะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/เบี้ยประกันชีวิต.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-340" title="เบี้ยประกันชีวิต" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/เบี้ยประกันชีวิต.jpg" alt="" width="276" height="183" /></a><strong>กรมธรรม์ประกันชีวิต</strong>จะให้ความคุ้มครองหรือมีผลบังคับอยู่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับการที่ผู้เอาประกันชีวิต ชำระเบี้ยประกันชีวิตให้ตรงตามเวลากำหนด เพราะมีผู้เอาประกันชีวิตจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในเรื่องของการชำระเบี้ยประกันชีวิต อาทิ ตัวแทนประกันชีวิตไม่มาเก็บเงินตามที่กำหนด ตัวแทนประกันชีวิตลาออก หรือตัวแทนประกันชีวิตบางรายเก็บเงินแล้วไม่้นำส่งเข้าบริษัท เป็นต้น</p>
<p>ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงขอแนะนำให้ผู้เอาประกันชีวิต สอบถามวิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำประกันชีวิต เพราะผู้เอาประกันชีวิตสามารถเลือกวิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตได้หลายช่องทาง แล้วแต่ความสะดวกของผู้เอาประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li><strong>การชำระโดยการหักจากยอดเงินฝากบัญชีธนาคาร</strong> โดยสามารถขอแบบฟอร์มจากบริษัทประกันชีวิต พร้อมกรอกรายละเอียด และส่งให้กับบริษัทดำเนินการต่อไป วิธีการนี้เมื่อถึงเวลาชำระเบี้ยประกันชีวิต ธนาคารจะเป็นผู้หักเบี้ยประกันชีวิตจากบัญชีธนาคาร โดยวิธีการนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี และผู้เอาประกันชีวิตไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชำระเบี้ยประกันชีวิต</li>
<li><strong>การชำระผ่านที่ทำการของธนาคาร</strong> วิธีการนี้ผู้เอาประกันชีวิต จะต้องนำใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันชีวิต ที่บริษัทส่งมาให้ทุก ๆ ครั้งที่ถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันชีวิต ไปยังธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะให้ส่วนหนึ่งของใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันชีวิตไว้เป็นหลักฐานการชำระเบี้ยประกันชีวิต</li>
<li><strong>ชำระทางธนาณัติ</strong> โดยสั่งจ่ายบริษัทหรือสาขาของบริษัทประกันชีวิตที่คุณทำประกันชีวิตไว้</li>
<li><strong>ชำระด้วยตนเองที่บริษัทหรือสาขาของบริษัท</strong> ที่สะดวกในการติดต่อ</li>
<li><strong>การชำระผ่านทางตัวแทนประกันชีวิต</strong> วิธีการนี้ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน แต่อาจจะมีผลเสียในการณีที่ตัวแทนประกันชีวิตไม่มารับเบี้ยประกันภัยตรงตามกำหนดเวลา ซึ่งจะทำให้กรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณขาดผลบังคัยได้</li>
</ul>
<p><strong>วิธีการชำระเบี้ยประกันชีวิตดังกล่าว</strong> จะเลือกวิธีใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันภัยเอง แต่ไม่ว่าคุณจะชำระเบี้ยประกันชีวิตด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าลืมเก็บหลักฐานการชำระเงินหรือใบเสร็จรับเงิน เพราะหลักฐานการจ่ายเงินและใบเสร็จรับเงินจะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าได้ชำระเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว</p>
<p>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
<div id="fb-root"></div>
<p><script src="http://connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"></script><fb:comments href="http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/" num_posts="2" width="500"></fb:comments></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเภทของการประกันชีวิต</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/type-insurance/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/type-insurance/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 14:34:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระสำคัญของการประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=327</guid>
		<description><![CDATA[1. ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance) เป็นการประกันที่ให้ความคุ้มครองและออมทรัพย์ จำนวนเงินเอาประกันชีวิตแต่ละกรมธรรม์ ขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาท จนถึงหลายล้านบาท โดยการชำระเบี้ยประกันอาจเป็น รายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือน ทั้งนี้ประเภทของการประกันชีวิต แบบสามัญนี้ ยังแยกย่อยออกเป็นแบบต่างๆ อีกถึง 3 แบบ ด้วยกัน คือ แบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) เป็นการประกันชีวิต แบบชั่วระยะเวลา หรือ แบบเฉพาะกาล เป็นแบบการประกันชีวิต ที่มีเงื่อนไขการจ่ายเงินเอาประกันชีวิตให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ภายในกำหนดระยะเวลา เช่น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี เป็นต้น การประกันชีวิตแบบนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูง แต่ความสามารถในการชำระเบี้ยต่ำ เช่น ต้องการปลดเปลื้องหนี้สินชั่วคราว หนี้จำนอง เป็นต้น แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) เป็นการประกันชีวิต แบบตลอดชีพเป็นการประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีวิต ของผู้เอาประกัน(90 ปี) กล่าวคือ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตเมื่อใด บริษัทฯจะชดใช้เงิน เอาประกันชีวิตให้แก่ผู้รับประโยชน์ การประกันชีวิต แบบนี้ให้ความคุ้มครองในวงเงินสูง แต่ชำระเบี้ยประกันในอัตราต่ำ เหมาะสำหรับผู้เอาประกันชีวิตทีมีความต้องการที่จะสร้างกองทุนมรดก หรือเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินครั้งสุดท้าย แบบสะสมทรัพย์ (Endownment Life Insurance) เป็นการประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์เป็นการคุ้มครองและออมทรัพย์โดยบริษัทฯจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้แก่ผู้เอาประกันชีวิต เมื่อมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา หรือว่าจ่ายเงินจำนวนเอาประกันให้แก่ผู้รับประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีการกำหนดระยะเวลาในการคุ้มครองไว้แน่นอน เช่น 10 ปี 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี 2.ประเภทอุตสาหกรรม(Industrial Life Insurance) การประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย มีจำนวนเงินเอาประกันต่อกรมธรรม์ต่ำ และไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพ โดยผู้เอาประกันสามารถชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน 3. ประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance) การประกันกลุ่ม คือ การประกันที่ให้ความคุ้มครองกับกลุ่มบุคคล ภายใต้กรมธรรม์ฉบับเดียวกัน สัญญาประกันกลุ่มเป็นสัญญาระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับบริษัทลูกค้า การประกันกลุ่มกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้ประกอบการ เพื่อใช้เป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้างของบริษัท +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2Ftype-insurance%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/ทำประกันชีวิต1.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-329" title="ประเภทของการประกันชีวิต" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/ทำประกันชีวิต1.jpg" alt="" width="259" height="194" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">1. ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance)</span></strong></p>
<p>เป็นการประกันที่ให้ความคุ้มครองและออมทรัพย์  จำนวนเงินเอาประกันชีวิตแต่ละกรมธรรม์ ขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาท  จนถึงหลายล้านบาท โดยการชำระเบี้ยประกันอาจเป็น รายปี ราย 6 เดือน ราย 3  เดือน หรือรายเดือน ทั้งนี้ประเภทของการประกันชีวิต แบบสามัญนี้  ยังแยกย่อยออกเป็นแบบต่างๆ อีกถึง 3 แบบ ด้วยกัน คือ</p>
<ol>
<li><strong>แบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) </strong>เป็นการประกันชีวิต แบบชั่วระยะเวลา หรือ แบบเฉพาะกาล  เป็นแบบการประกันชีวิต  ที่มีเงื่อนไขการจ่ายเงินเอาประกันชีวิตให้แก่ผู้รับประโยชน์  เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ภายในกำหนดระยะเวลา เช่น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี  เป็นต้น การประกันชีวิตแบบนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูง  แต่ความสามารถในการชำระเบี้ยต่ำ เช่น ต้องการปลดเปลื้องหนี้สินชั่วคราว  หนี้จำนอง เป็นต้น</li>
<li><strong>แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) </strong>เป็นการประกันชีวิต  แบบตลอดชีพเป็นการประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีวิต  ของผู้เอาประกัน(90 ปี) กล่าวคือ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตเมื่อใด  บริษัทฯจะชดใช้เงิน เอาประกันชีวิตให้แก่ผู้รับประโยชน์ การประกันชีวิต  แบบนี้ให้ความคุ้มครองในวงเงินสูง แต่ชำระเบี้ยประกันในอัตราต่ำ  เหมาะสำหรับผู้เอาประกันชีวิตทีมีความต้องการที่จะสร้างกองทุนมรดก  หรือเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินครั้งสุดท้าย</li>
<li><strong>แบบสะสมทรัพย์ (Endownment Life Insurance) </strong>เป็นการประกันชีวิต  แบบสะสมทรัพย์เป็นการคุ้มครองและออมทรัพย์โดยบริษัทฯจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้แก่ผู้เอาประกันชีวิต  เมื่อมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา หรือว่าจ่ายเงินจำนวนเอาประกันให้แก่ผู้รับประโยชน์  ถ้าหากผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด  การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีการกำหนดระยะเวลาในการคุ้มครองไว้แน่นอน  เช่น 10 ปี 15 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี</li>
</ol>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">2.ประเภทอุตสาหกรรม(Industrial Life Insurance)</span></strong></p>
<p>การประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม  เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย มีจำนวนเงินเอาประกันต่อกรมธรรม์ต่ำ  และไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพ โดยผู้เอาประกันสามารถชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน</p>
<p><strong><span style="color: #ff6699;">3. ประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)</span></strong></p>
<p>การประกันกลุ่ม คือ  การประกันที่ให้ความคุ้มครองกับกลุ่มบุคคล ภายใต้กรมธรรม์ฉบับเดียวกัน  สัญญาประกันกลุ่มเป็นสัญญาระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับบริษัทลูกค้า  การประกันกลุ่มกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้ประกอบการ  เพื่อใช้เป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้างของบริษัท</p>
<p>+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
<div id="fb-root"></div>
<p><script src="http://connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"></script><fb:comments href="http://monthly.einsurance.in.th/" num_posts="3" width="500"></fb:comments></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/type-insurance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาเมืองไทยประกันชีวิต-เยอะไปหมด</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 07:24:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[โฆษณาเมืองไทยประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2594%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=_YyeCO_rqLg"><img src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/plugins/youtube-with-style/inc/img.php?v=http://www.youtube.com/watch?v=_YyeCO_rqLg"></a>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาเมืองไทยประกันชีวิต-แต่งตัว</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 07:19:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[โฆษณาเมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=319</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2F%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259b-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%258c%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=hy-wKelPHEM"><img src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/plugins/youtube-with-style/inc/img.php?v=http://www.youtube.com/watch?v=hy-wKelPHEM"></a>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วางแผนออมเงินด้วยประกันชีวิต</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/insurance-saving/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/insurance-saving/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 04:07:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกการออมเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=303</guid>
		<description><![CDATA[รู้จักประกันชีวิต ประกันชีวิต เป็นบริการอย่างหนึ่งที่ให้หลักประกัน เป็นเงินลงทุนและบริการดูแลสุขภาพควบคู่กัน ซึ่งมีมากมายหลายแพ็กเกจที่บริษัทประกันจะจัดโปรโมชั่นเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้า โดยปกติแล้วมักจะจัดประกันชีวิตให้รวมกับการประกันสุขภาพไปด้วย ซึ่งประกันชีวิตคุณจะได้เงินปันผลหรือได้เงินคืน เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดลง แต่ประกันสุขภาพก็เหมือนกับเงินกินเปล่าทุกๆ ปี แต่จะปลอดภัยและคุ้มค่าเมื่อคุณไม่สบาย ประกันชีวิตจึงถือเป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่งที่มีของแถมเป็นการคุ้มครองจากบริษัทประกัน ดังนั้น ความคุ้มค่าจึงอยู่ที่ความต้องการของคุณเอง ว่าต้องการเงินคืนในรูปแบบใด ภายในปีไหน เช่น ออมสำหรับเกษียณอายุ, ออมสำหรับการศึกษาของลูก เป็นต้น ประกันชีวิต&#8230;ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง การทำประกันชีวิตนั้นเป็นรายจ่ายต่อเนื่อง ที่อาจจะทำให้คุณหมุนเงินไม่ทันได้ แม้ว่าจะสามารถแบ่งจ่าย 3 เดือน 6 เดือน แต่ก็ยังถือว่าเป็นรายจ่ายประจำที่คุณจะต้องหามาให้ทัน ซึ่งถ้าคุณวางแผนไม่ดีแล้วขาดส่งไป 1-2 งวด ประกันอาจจะงดการคุ้มครอง รวมทั้งอาจจะริบเงินต้นส่วนที่คุณได้ส่งมาหรือได้คืนแบบไม่เต็มจำนวน ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกทำประกันชีวิต ต้องดูศักยภาพตัวเองด้วยว่าสามารถทำได้แค่ไหน อย่าเพิ่งเห็นแก่ค่าตอบแทนอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าคุณไม่อาจส่งเงินได้อย่างสบายๆ เพราะถ้ายกเลิกก่อนหน้านั้นคุณอาจจะไม่ได้อะไรเลย แถมขาดทุนด้วย ค่าตอบแทนจากประกันชีวิต หากคุณจ่ายประกันชีวิตปีละ 50,000 บาท รวมแล้ว 10 ปี อย่างต่ำสุดคือคุณจะได้เงินทั้งหมด 50,000 บาทคืน ซึ่งคุณควรดูที่ระยะเวลาและผลตอบแทนการออมครั้งนี้ให้ดี เพราะบางบริษัทจะให้คุณส่งเป็นเวลา 10 ปี เมื่อครบกำหนดส่งแล้วก็จะยืดเวลาการชำระเงินออกไปเป็นปีที่ 15 ข้อเสียคือ คุณจะต้องรอเงินนานขึ้น แต่ค่าตอบแทนก็อาจจะมากขึ้นด้วย ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณว่ามันจะคุ้มค่ากับการรอหรือไม่ ส่วนมากค่าตอบแทนของบริษัทประกันจะเป็นการประมาณการ เนื่องจากเขาต้องนำเงินของคุณไปลงทุนเช่นกัน ดังนั้น คุณควรถามการการันตีที่แน่นอน พร้อมอ่านสัญญาให้ละเอียดที่สุด เพราะตัวแทนประกัน (บางคน) อาจจะให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนและเป็นผลเสียต่อคุณได้ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่หนักเอาการเหมือนกัน ข้อดีของการออมแบบประกัน มีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะทำประกันชีวิต เนื่องจากเป็นการบังคับตัวเองไปในตัวว่าจะต้องเก็บออมเงิน และมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือกองทุนบางประเภท แถมยังได้ความคุ้มครองอื่นๆ เป็นของแถมด้วย เรียกว่าเป็นการซื้อความมั่นคงในชีวิตและคนที่อยู่ภายหลัง หากวันใดวันหนึ่งเราจากโลกนี้ไปก่อน พวกเขาจะอยู่ได้ไม่ลำบาก ส่วนที่ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ และไม่เสียรู้ต่อสัญญาต่างๆ ของประกัน เพียงเท่านี้ก็จะคุ้มค่าพอกับการออมแบบอื่นๆ แต่มีบริการเป็นของแถมด้วย ที่มา http://www.lisaguru.com ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ กรอกรายละเอียดด้านล่างเพื่อขอข้อเสนอแบบประกันชีวิต ที่เหมาะสมกับคุณ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2Finsurance-saving%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/วางแผนออมเงินด้วยประกันชีวิต.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-304" title="วางแผนออมเงินด้วยประกันชีวิต" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/วางแผนออมเงินด้วยประกันชีวิต.jpg" alt="ออมเงินกับประกันชีวิต" width="234" height="215" /></a></p>
<p><strong>รู้จักประกันชีวิต</strong></p>
<p><strong>ประกันชีวิต</strong> เป็นบริการอย่างหนึ่งที่ให้หลักประกัน เป็นเงินลงทุนและบริการดูแลสุขภาพควบคู่กัน  ซึ่งมีมากมายหลายแพ็กเกจที่บริษัทประกันจะจัดโปรโมชั่นเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้า  โดยปกติแล้วมักจะจัดประกันชีวิตให้รวมกับการประกันสุขภาพไปด้วย  ซึ่งประกันชีวิตคุณจะได้เงินปันผลหรือได้เงินคืน เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดลง  แต่ประกันสุขภาพก็เหมือนกับเงินกินเปล่าทุกๆ ปี  แต่จะปลอดภัยและคุ้มค่าเมื่อคุณไม่สบาย  <strong>ประกันชีวิต</strong>จึงถือเป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่งที่มีของแถมเป็นการคุ้มครองจากบริษัทประกัน  ดังนั้น ความคุ้มค่าจึงอยู่ที่ความต้องการของคุณเอง ว่าต้องการเงินคืนในรูปแบบใด  ภายในปีไหน เช่น <strong>ออมสำหรับเกษียณอายุ, ออมสำหรับการศึกษาของลูก</strong> เป็นต้น</p>
<p><strong> ประกันชีวิต&#8230;ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง</strong></p>
<p>การทำ<strong>ประกันชีวิต</strong>นั้นเป็นรายจ่ายต่อเนื่อง ที่อาจจะทำให้คุณหมุนเงินไม่ทันได้  แม้ว่าจะสามารถแบ่งจ่าย 3 เดือน 6 เดือน  แต่ก็ยังถือว่าเป็นรายจ่ายประจำที่คุณจะต้องหามาให้ทัน  ซึ่งถ้าคุณวางแผนไม่ดีแล้วขาดส่งไป 1-2 งวด ประกันอาจจะงดการคุ้มครอง  รวมทั้งอาจจะริบเงินต้นส่วนที่คุณได้ส่งมาหรือได้คืนแบบไม่เต็มจำนวน ดังนั้น  ก่อนที่จะเลือกทำประกันชีวิต ต้องดูศักยภาพตัวเองด้วยว่าสามารถทำได้แค่ไหน  อย่าเพิ่งเห็นแก่ค่าตอบแทนอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าคุณไม่อาจส่งเงินได้อย่างสบายๆ  เพราะถ้ายกเลิกก่อนหน้านั้นคุณอาจจะไม่ได้อะไรเลย แถมขาดทุนด้วย</p>
<p><strong> ค่าตอบแทนจากประกันชีวิต</strong></p>
<p>หากคุณจ่าย<strong>ประกันชีวิต</strong>ปีละ 50,000 บาท รวมแล้ว 10 ปี  อย่างต่ำสุดคือคุณจะได้เงินทั้งหมด 50,000 บาทคืน  ซึ่งคุณควรดูที่ระยะเวลาและผลตอบแทนการออมครั้งนี้ให้ดี  เพราะบางบริษัทจะให้คุณส่งเป็นเวลา 10 ปี  เมื่อครบกำหนดส่งแล้วก็จะยืดเวลาการชำระเงินออกไปเป็นปีที่ 15 ข้อเสียคือ  คุณจะต้องรอเงินนานขึ้น แต่ค่าตอบแทนก็อาจจะมากขึ้นด้วย  ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณว่ามันจะคุ้มค่ากับการรอหรือไม่  ส่วนมากค่าตอบแทนของบริษัทประกันจะเป็นการประมาณการ  เนื่องจากเขาต้องนำเงินของคุณไปลงทุนเช่นกัน ดังนั้น คุณควรถามการการันตีที่แน่นอน  พร้อมอ่านสัญญาให้ละเอียดที่สุด เพราะตัวแทนประกัน (บางคน)  อาจจะให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนและเป็นผลเสียต่อคุณได้  เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่หนักเอาการเหมือนกัน</p>
<p><strong> ข้อดีของการออมแบบประกัน</strong></p>
<p><strong>มีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะทำประกันชีวิต </strong> เนื่องจากเป็นการบังคับตัวเองไปในตัวว่าจะต้องเก็บออมเงิน  และมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือกองทุนบางประเภท  แถมยังได้ความคุ้มครองอื่นๆ เป็นของแถมด้วย  เรียกว่าเป็นการซื้อความมั่นคงในชีวิตและคนที่อยู่ภายหลัง  หากวันใดวันหนึ่งเราจากโลกนี้ไปก่อน พวกเขาจะอยู่ได้ไม่ลำบาก  ส่วนที่ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้มต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ  และไม่เสียรู้ต่อสัญญาต่างๆ ของประกัน เพียงเท่านี้ก็จะคุ้มค่าพอกับการออมแบบอื่นๆ  แต่มีบริการเป็นของแถมด้วย</p>
<p><strong>ที่มา http://www.lisaguru.com</strong></p>
<p><strong>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</strong></p>
<p>กรอกรายละเอียดด้านล่างเพื่อขอข้อเสนอแบบประกันชีวิต ที่เหมาะสมกับคุณ</p>
[contact-form]
<p>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/insurance-saving/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันนี่เอ็กซ์โป</title>
		<link>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Jun 2011 03:03:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเมืองไทยประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://monthly.einsurance.in.th/?p=298</guid>
		<description><![CDATA[นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการร่วมงานมหกรรมการเงินทุกครั้งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมุ่งพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนเป็นการ ตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels และ Multi Distribution Markets ที่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง   และในงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 11 นี้ก็เช่นกัน บริษัทฯ นำเสนอรูปแบบความคุ้มครองที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนอนาคตควบคู่ไป กับการออมอย่างคุ้มค่าและมั่นคง ตลอดจนตอกย้ำการเป็นผู้นำการจัดกิจกรรมให้แก่ผู้เอาประกันทุกท่านอย่างเช่น เคย” ในโอกาสนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการกับลูกค้า  ได้แก่แบบประกัน อินคัม โพรเทคเตอร์ (Income Protector)  และแบบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล  P.A. Return Bonus แบบประกัน อินคัม โพรเทคเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจในยามที่ต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาล ซึ่ง  ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์รายวันสูงสุดถึง 8,000 บาท (กรณีเลือกแผนความคุ้มครองแผน 4,000) นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถรับเบี้ยประกันภัยคืน 30% ของเบี้ยประกันภัยรวมในทุกรอบ 3 ปีกรมธรรม์ (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์) พร้อมมอบความคุ้มครองชีวิตถึง 10 เท่าของผลประโยชน์รายวัน ซึ่งแบบประกัน อินคัม โพรเทคเตอร์ มีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง  3 แผนคือ แผน 1,000 บาท แผน 2,000 บาท และแผน 4,000 บาท โดยรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 18 &#8211; 55 ปี ซึ่งระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปี นอกจากนี้เฉพาะเบี้ยประกันความคุ้มครองชีวิตของแบบประกันภัยนี้  สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรม สรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51 แบบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล  P.A. Return Bonus เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถมอบความอุ่นใจได้ เมื่อยามที่คุณได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 120,000 บาท (กรณีเลือกแผนความคุ้มครอง 1,200,000)  ตลอดจนสามารถเป็นมรดกแก่ลูกหลาน หากคุณต้องจากไปก่อนวัยอันควร ด้วยการคุ้มครองอุบัติเหตุสาธารณะสูงสุด 2,400,000 บาท (กรณีเลือกแผนความคุ้มครอง 1,200,000)  และหากผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยต่อเนื่องติดต่อกันและไม่เคยได้รับผล ประโยชน์ตามกรมธรรม์ในช่วงระยะเวลาก่อนถึงวันที่ครบรอบทุก 3 ปีกรมธรรม์ รับผลประโยชน์เป็นจำนวน 30% ของเบี้ยประกันภัยรวมในแต่ละช่วงระยะเวลาทุก3ปีกรมธรรม์(ตามเงื่อนไข กรมธรรม์) มีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง  3 แผนคือ แผน 500,000 บาท แผน 800,000 บาท และแผน 1,200,000 บาท โดยรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 16 &#8211; 60 ปี (ต่ออายุได้ถึงอายุ 65 ปี) โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพและสามารถการชำระเบี้ยประกันภัยโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร หรือผ่านบัตรเครดิต นอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและสามารถตอบโจทย์ทุก ความต้องการให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาด้านคุณภาพของการให้บริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า อย่างต่อเนื่อง สำหรับเมืองไทย Smile Club ที่ทำหน้าที่สร้างความสุขและรอยยิ้ม ผ่านบัตรเมืองไทย Smile Club   ด้วยกิจกรรมความสุขและสิทธิประโยชน์มากมาย  และต่อเนื่อง โดยเน้นความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับ DNA ขององค์กร คือ แบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้ม ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fmonthly.einsurance.in.th%2F2011%2F06%2F%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><a href="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/เมืองไทยประกันชีวิต-กับงานมันนี่เอ็กซ์โป-2011.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-299" title="เมืองไทยประกันชีวิต กับงานมันนี่เอ็กซ์โป 2011" src="http://monthly.einsurance.in.th/wp-content/uploads/2011/06/เมืองไทยประกันชีวิต-กับงานมันนี่เอ็กซ์โป-2011-300x222.jpg" alt="" width="300" height="222" /></a></p>
<p>นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท <a href="http://monthly.einsurance.in.th/2010/05/muangthailife/" target="_blank">เมืองไทยประกันชีวิต</a> จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ  ได้ให้ความสำคัญกับการร่วมงานมหกรรมการเงินทุกครั้งอย่างต่อเนื่อง  ด้วยการมุ่งพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการลูกค้าสัมพันธ์  เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนเป็นการ  ตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels และ Multi  Distribution Markets ที่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง  ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง    และในงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 11 นี้ก็เช่นกัน บริษัทฯ  นำเสนอรูปแบบความคุ้มครองที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนอนาคตควบคู่ไป กับการออมอย่างคุ้มค่าและมั่นคง  ตลอดจนตอกย้ำการเป็นผู้นำการจัดกิจกรรมให้แก่ผู้เอาประกันทุกท่านอย่างเช่น เคย”</p>
<p>ในโอกาสนี้บริษัทฯ  ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการกับลูกค้า   ได้แก่แบบประกัน อินคัม โพรเทคเตอร์ (Income Protector)   และแบบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล  P.A. Return Bonus แบบประกัน อินคัม  โพรเทคเตอร์  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจในยามที่ต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาล  ซึ่ง  ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์รายวันสูงสุดถึง 8,000 บาท  (กรณีเลือกแผนความคุ้มครองแผน 4,000)</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถรับเบี้ยประกันภัยคืน 30%  ของเบี้ยประกันภัยรวมในทุกรอบ 3 ปีกรมธรรม์ (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)  พร้อมมอบความคุ้มครองชีวิตถึง 10 เท่าของผลประโยชน์รายวัน ซึ่งแบบประกัน  อินคัม โพรเทคเตอร์ มีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง  3 แผนคือ แผน 1,000 บาท  แผน 2,000 บาท และแผน 4,000 บาท โดยรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 18 &#8211; 55 ปี  ซึ่งระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปี  นอกจากนี้เฉพาะเบี้ยประกันความคุ้มครองชีวิตของแบบประกันภัยนี้   สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรม สรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51</p>
<p>แบบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล  P.A. Return Bonus  เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถมอบความอุ่นใจได้  เมื่อยามที่คุณได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 120,000 บาท (กรณีเลือกแผนความคุ้มครอง  1,200,000)  ตลอดจนสามารถเป็นมรดกแก่ลูกหลาน หากคุณต้องจากไปก่อนวัยอันควร  ด้วยการคุ้มครองอุบัติเหตุสาธารณะสูงสุด 2,400,000 บาท  (กรณีเลือกแผนความคุ้มครอง 1,200,000)   และหากผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยต่อเนื่องติดต่อกันและไม่เคยได้รับผล ประโยชน์ตามกรมธรรม์ในช่วงระยะเวลาก่อนถึงวันที่ครบรอบทุก 3 ปีกรมธรรม์  รับผลประโยชน์เป็นจำนวน 30%  ของเบี้ยประกันภัยรวมในแต่ละช่วงระยะเวลาทุก3ปีกรมธรรม์(ตามเงื่อนไข กรมธรรม์) มีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง  3 แผนคือ แผน 500,000 บาท แผน  800,000 บาท และแผน 1,200,000 บาท โดยรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 16 &#8211; 60 ปี  (ต่ออายุได้ถึงอายุ 65 ปี)  โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพและสามารถการชำระเบี้ยประกันภัยโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร หรือผ่านบัตรเครดิต</p>
<p>นอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและสามารถตอบโจทย์ทุก ความต้องการให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว บริษัทฯ  ยังคงเดินหน้าพัฒนาด้านคุณภาพของการให้บริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า อย่างต่อเนื่อง สำหรับเมืองไทย Smile Club  ที่ทำหน้าที่สร้างความสุขและรอยยิ้ม ผ่านบัตรเมืองไทย Smile Club    ด้วยกิจกรรมความสุขและสิทธิประโยชน์มากมาย  และต่อเนื่อง  โดยเน้นความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับ DNA ขององค์กร คือ  แบรนด์แห่งความสุขและรอยยิ้ม</p>
<p><strong>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://monthly.einsurance.in.th/2011/06/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Served from: monthly.einsurance.in.th @ 2012-02-23 12:27:34 -->
